ปีนี้ขายตรงในบ้านเราดูเหมือนจะคึกคักกว่าทุกๆปี มีทั้งบริษัทที่
เป็น
ยอดนิยมจริงๆ และบริษัทที่ปั่นกระแสนิยม
ทำให้การที่จะ
เลือกบริษัทที่เป็นของจริงนั้นยอมรับว่าตัดสินใจยากจริงๆ
บางคนถึงกับย้ายค่ายทุกเดือนเป็นว่าเล่น(ยังหาที่ลงไม่ได้)
บางคนก็ตามกระแสผู้นำ บางคนก็ไปตามกระแสแผนการตลาดแบบหวือหวา
วันนี้
ผมได้คัดเลือกบริษัทยอดนิยมแห่งปีกว่า 100 บริษัท ทั้งแบบ starstep
และ binary คัดแล้วเหลือ 10
กว่าบริษัทที่น่าจับตามองเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านที่กำลังมองหาความอิสรภาพ
ทางด้านการเงินและเวลาได้เลือกกัน มาเริ่มกันที่

(1) แอมเวย์(amway)
ถือเป็นต้นตำหรับแห่ง starstep และเป็น
เจ้าตลาดต่อเนื่องมา 20 ปี ด้วยยอดขายกว่า 15,000 ล้าน/ปี
ทุ้มงบ
โฆษณาไม่อั้นผ่านฟรีทีวี
ล่าสุดเปิดตัว shop
แห่งใหม่ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ด้วยงบถึง 70 ล้านบาท และลุยเปิด
shop
แห่งใหม่เพิ่มอีก 10 shop ทั่วไทย
(2) กิฟฟารีน(giffarine)
ประสบความ
สำเร็จกับยอดขาย abolone collagen ทะลุ 2 ล้านขวดใน 3
เดือน จากจำนวนผู้บริโภคกว่า 1 แสนคน
ทุ้ม
งบโฆษณาเต็มสูบผ่านฟรีทีวีเช่นกัน นับว่าเป็น starstep
ไทยแท้อีกค่ายที่น่าจับตามอง
ด้วยยอดขายกว่า 5,000
กว่าล้านบาทกันเลยทีเดียว
(3) ซูเลียน(zhulian)
เจ้านี้เป็นเจ้าแห่งความอลังการ
งานสร้าง
ที่มีสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในวงการ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
ห้องอบรมจุได้
7,000 ที่นั่ง ห้องรับประทานอาหารเสมือนโรงแรม 5 ดาว
มีห้องประชุมสำหรับผู้นำระดับสูง
สุดยอดจริงๆ
(4) คังเซน-เคนโก(kanzen-kengo)
วันจัดงานครบรอบ 18 ปี
ที่ผ่านมาจัดได้อลังการมากๆ ผู้คนล้นหลามเป็นหมื่น และเป็น starstep
ไทยแท้ที่โกอินเตอร์ไปเปิดสาขาต่างแดนกว่า 3 ประเทศเรียบร้อยแล้ว
ฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่อง
ความมั่นคงมีสูงแน่นอน
(5) เอมสตาร์(aimstar)
มาที่ไบนารี่กันบ้าง
ค่ายนี้แรงแบบไฮ-สปีดจริงๆ
เปิดดำเนินการมาแค่ 5 ปีแต่ฟันยอดขายปี 53 ได้
ถึง
4,900 กว่าล้านบาท
เฉียดๆ กิฟฟารีนเลยทีเดียว
(6)
จอย แอนด์ คอยน์ (Join & Coin)
เป็นบริษัทที่มีสินค้ากว่า
10,000 รายการ
ซึ่งมากที่สุดในวงการและเป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียว
ที่เป็นธุรกิจ
เครือข่าย
เฟรนไชน์สะดวกซื้อ คือ
สมาชิกได้สิทธ์เปิดมินิมาร์ทหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต
และทุกการซื้อจาก
ที่นี่มี
pv ให้ด้วย คล้ายๆ shop แอมเวย์ แต่ที่นี่สมาชิกสามารถบริหารเอง 100%
ผล
งานก็ไม่น้อยหน้าด้วยยอดขายกว่า 1,500 ล้าน/ปี
(7) นีโอไลฟ์(neolife)
เป็นธุรกิจขวัญใจมหาชนและขวัญ
ใจคนรากหญ้าจริงๆ
เพราะเป็นบริษัทที่สามารถเปลี่ยนชีวิตจาก
คนจนให้เป็นเศรษฐีมากที่
สุด
จนได้รับรางวัลจากนายกอภิสิทธิ์ ว่าเป็นบริษัท
"สร้างรายได้
สร้างอาชีพแบบยั่งยืน" ไปครอง
และเป็นบริษัทแรกที่มีช่องทีวีดาวเทียมเป็นของ
ตัวเอง 100%
โดยที่ไม่ต้องเช่าช่องจากสถานีใด
และเป็นบริษัทที่จัดทริปท่องเที่ยวบ่อยที่สุด
จัดงานประดับเข็มให้
ผู้นำประจำเดือนก็มีคนล้นหลามทุกครั้ง
ส่วนยอดขายปีที่แล้วก็ 1,200 ล้านบาท
ไม่
ธรรมดา
(8) เอสเนเจอร์(s-nature)
เกิดมาเพื่อฉุดผู้นำเอเจลโดย
เฉพาะ
บริษัทนี้ความมั่นคงสูงมาก เพราะมีบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์
อยู่
เบื้องหลัง
เป็นบริษัทมหาชนมียอดขายกว่าหมื่นล้าน มีฐานลูกค้าเกิน 100 ประเทศทั่วโลก
และ
ได้ผู้บริหารประสบการณ์ด้านธุรกิจเครือข่ายกว่า 20 ปี
อย่างคุณบัญชามากุมบัลลังค์
(9) อารากอนเวิลด์54 (aragon wold 54)
อดีตคือ สปอร์ตรอนเป็น
starstep
ที่เคยยิ่งใหญ่เมื่อในอดีต คราวนี้มาในแบบไบนารี่
ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
ยกกำลัง3 เปิดพร้อมกัน 5 ประเทศ
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
วันเปิดลงรหัสวันแรกก็กวาดผู้นำจากทุกค่าย
ไปกว่า 3,000 รหัส
มาแบบสะเทือนวงการจริงๆ
(10) เฟลิซิเต้ (felicite)
บางคนสงสัยว่า
ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อบริษัทนี้เลย ท่านรู้จักสมุนไพร ดร.สาโรจใช่มั้ยครับ
นั่นแหละ
เจ้าของเดียวกันเลย แต่เฟลิซิเต้ใช้แผนแบบไบนารี่ ส่วน
ดร.สาโรจเดิมที่เป็น starstep ก็ยังอยู่ครับ
การ
เกิดของเฟลิซิเต้ก็เพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่ชอบไบนารี่นั่นเอง
ความมั่นคงไม่ต้องพูดถึง
เพราะมีโรงงานในเครือกว่า 5 บริษัท
ลองดูครับ
(11)นูทริเดิร์ม(nutriderm)
เดิมทีเป็นสุพริเดิร์ม ซึ่งใช้
starstep
แต่นูทริเดิร์มใช้แผนไบนารี่ ก็แรงไม่แพ้กัน 4
เดือนแรกก็กวาดยอด
ขายไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท
สิ้นปีนี้ต้องคอยดูกันว่าจะแตะที่เท่าไหร่
(12)เอเจล(agel)
เมื่อปีสองปีก่อนบริษัทนี้โด่งดังมาก
มีผู้นำจากทุกค่ายหลั่งไหลเข้ามาซบอกเพียบ และมีรายชื่อผู้นำ
คนไทยติด top
10 ของผู้ที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกมากถึง 5 คน
และคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในโลก
ของเอเจลก็เป็นคนไทยครับ
จากความแรงของเอเจลประเทศไทย
ทำให้บริษัทข้ามชาติหลั่งไหลเข้า
มาตีตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดที่เปิดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีถึง 3 บริษัท
คือ
โมนาวี(monavie) , บีฮิบ(bhip) นำโดยชนิดาอดีตผู้นำ 7
หลักแห่งซินเนอจี้และเอเจล
ต่อด้วยเจอเนสส์(jeunesse) นำโดย ธเนตร
อดีตผู้นำร้อยล้านจากโสมเกาหลีและเอเจล
เพราะการมาเยือนของทั้ง 3
บริษัทนี้แหละที่ทำให้เอเจลปัจจุบันล้มไม่เป็นท่าเลย
คำถาม คือ
ทำไมบริษัทที่กล่าวมาทั้งหมดกลับไม่ได้อยู่ในใจผมเลย
คำตอบ คือ
(1) ผมชอบธุรกิจที่เป็นระบบออนไลน์
100% และทำจากที่บ้านได้
(2)
ผมไม่ชอบเดินทางไปประชุมตามโรงแรมต่างๆ
ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่าเดินทางและค่าบัตรเข้างาน
(3) ผมไม่ชอบขายของ
และการสาธิตสินค้าเป็นอย่างมาก
(4)
ผมไม่ชอบการรักษายอดอย่างยิ่งเพราะบางทีรายได้ก็น้อยกว่าการรักษายอดด้วยซ้ำ
(5) ผมไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมรายปี
(6)
ผมชอบเที่ยวทั่วโลกฟรีโดยที่ไม่ต้องทำคุณสมบัติ ไม่ต้องมีตำแหน่ง
ไม่ต้องซื้อสินค้าเต็มบ้านเพื่อแลกกับเป้าท่องเที่ยว
(7)
ผมอยากพักที่โรงแรมและรีสอร์ทหรู 3-5
ดาวเดือนละครั้งแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
(8)
ผมอยากมีรายได้เดือนละ 3
แสนบาท ภายใน 90 วัน
(9)
อยากมีผู้นำที่สอนวิธีการทำตลาดผ่านอินเตอร์เน็ต
เพราะเบื่อการลิสรายชื่อเพื่อนหรือญาตฺพี่น้องแล้ว
(10) ผมไม่ชอบตามกระแส
แต่สิ่งที่ผมตามหา คือ เกษียณต่างหาก